บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ใหญ่ของสหรัฐฯ สามฉบับวิจารณ์การประกาศกฎอัยการศึกในประเทศไทย

บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ New York Times ฉบับวันที่ 20 พฤษภาคมซึ่งใช้ชื่อว่า กองทัพเข้ายึดครองประเทศไทยอีกครั้ง แสดงความเห็นว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกของกองทัพ เมื่อเช้ามืดวันอังคาร ภายใต้ข้ออ้างเรื่องการฟื้นฟูความสงบและความเป็นระเบียบเรียบร้อยนั้น เป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่ทำให้น่าลำบากใจ ซึ่งจะยิ่งบั่นทอนเศรษฐกิจและประชาธิปไตยของประเทศไทย โดยนังสือพิมพ์ New York Times ถึงกับระบุว่า คงเป็นเรื่องยากที่จะเรียกเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างอื่น นอกจากการปฏิวัติ study 1

บทบรรณาธิการของ New York Times อ่านคำพูดของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าต้องการปกป้องประเทศจากการปะทะอย่างรุนแรง ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาล แต่ New York Times ก่อตั้งคำถามว่า ผู้บัญชาการทหารบกของไทย ไม่ได้ระบุว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้เกิดการประนีประนอมทางการเมืองขึ้น หรือว่าจะคืนอำนาจการควบคุมให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อใด และว่าการเข้าแทรกแซงของกองทัพครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มที่ประท้วงต่อต้านรัฐบาล อยู่ในปัจจุบัน study 2

หนังสือพิมพ์ New York Times แสดงความเห็นในบทบรรณาธิการของตนด้วยว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามา ควรแสดงท่าทีให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นอย่างชัดเจน ว่าสหรัฐไม่สนับสนุนการกระทำครั้งนี้ และควรคืนอำนาจการปกครองให้กับพลเรือนโดยทันทีผ่านการเลือกตั้ง และว่าการทำรัฐประหารของกองทัพ จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจและประชาธิปไตยของไทยอ่อนแอลง study 3

ส่วนหนังสือพิมพ์อีกฉบับคือ Wall Street Journal ก็แสดงความเห็นในบทบรรณาธิการของตนชื่อ การปฏิวัติอีกครั้งหนึ่งในประเทศไทย โดยอ้างว่าไม่มีเหตุผลสมควรในการกล่าวอ้างเรื่องความสงบสุข และความปลอดภัยของสาธารณชน สำหรับการประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ และว่าหากมีสูญญากาศทางการเมืองเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เรื่องนี้ก็เป็นผลมาจากกองทัพบก และสถาบันต่างๆ ซึ่งควบคุมโดยกลุ่มคนชั้นนำในสังคมไทยนั่นเอง study 4

Wall Street Journal แสดงความเห็นตำหนิ ในบทบรรณาธิการของตนต่อไปว่า การใช้กำลังเข้าปราบปรามการประท้วงเมื่อปี 2553 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 คน และการที่ผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงบางคนออกมาประกาศว่า พร้อมสำหรับการทำสงครามกลางเมืองนั้น ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจ และผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรกก็หดตัวลงราว 0.6 % ด้วย Wall Street Journal เสนอแนะว่า ค้นทางเดียวสำหรับประเทศไทย คือการกลับไปขอฉันทามติจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง และว่าขณะนี้ประเทศไทยต้องการรัฐบุรุษ เพื่อแสวงหาการประนีประนอม และเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศต้องตกอยู่ในภาวะของการปกครองอย่างไร้ระเบียบ study 5

สำหรับหนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่งคือ Washington Post ก็แสดงความเห็นในบทบรรณาธิการของตนชื่อ กฎอัยการศึกในประเทศไทย เป็นเรื่องน่ากังวล แต่ก็เสนอโอกาสสำหรับการทำความตกลง โดย Washington Post ชี้ว่า การประกาศใข้กฎอัยการศึกเมื่อวันอังคาร จะนับว่าเป็นการปฏิวัติอีกครั้งหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ เพราะว่าพลเอก ประยุทธ์ ไม่ได้โค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือนชุดปัจจุบัน แต่ถ้าหากเจตนาของกองทัพบก คือเพื่อการช่วยให้กลุ่มต่อต้านรัฐบาลประสบความสำเร็จ ในการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ก็จะถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติอย่างแท้จริง และสมควรจะมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรง ทั้งจากสหรัฐ และจากประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ ด้วย study 6

อย่างไรก็ตาม Washington Post แสดงความเห็นในบทบรรณาธิการของตน ว่าถ้าผู้บัญชาการทหารบกของไทยมีความตั้งใจจริง ที่จะทำหน้าที่เป็นคนกลางโดยไม่มีผลประโยชน์ใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว การก้าวเข้ามามีบทบาทของกองทัพไทยครั้งนี้ก็จะเป็นผลดี เพราะจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังต้องการการประนีประนอมผ่อนปรนอย่างแท้จริง และว่าการที่เศรษฐกิจของไทยต้องหดตัวลงในช่วงไตรมาสแรกนั้น เรื่องนี้ไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกเสียจากการที่กลุ่มซึ่งต่อต้านและสนับสนุน พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้น ไม่สามารถทำความตกลงทางการเมือง ในลักษณะที่จะสามารถตอบปัญหาความวิตกกังวล ความชอบทำของทั้งสองฝ่ายได้นั่นเอง study 7

หนังสือพิมพ์ Washington Post สรุปท้ายในบทบรรณาธิการของตน ว่ารัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งลังเลที่จะเรียกการเข้ายึดอำนาจของกองทัพอียิปต์เมื่อปีที่แล้ว ว่าเป็นการปฏิวัตินั้น ได้ส่งผลผลักดันให้อียิปต์ก้าวเข้าสู่ ภาวะเผด็จการ แต่มาในครั้งนี้ ฐบาลสหรัฐได้ส่งสัญญาณที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทย โดยโฆษกของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แถลงว่า รัฐบาลอเมริกันคาดหวังว่ากองทัพไทยจะไม่บ่อนทำลายสถาบันประชาธิปไตย รวมทั้งอย่างได้เน้นถึงความจำเป็น ที่จะต้องมีการเลือกตั้ง เพื่อช่วยกำหนดเจตนารมณ์ของประชาชนชาวไทยด้วย ซึ่งหากว่าผู้นำกองทัพของไทยไม่เคารพในหลักการเหล่านี้แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่ควรลังเลที่จะใช้กฎหมาย เรื่องการระงับความช่วยเหลือและความร่วมมือทางทหารกับประเทศไทย นั้นเป็นการสรุปความเห็นในบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสหรัฐ 3 ฉบับ ในช่วงของรายงานเทศมองไทย study 8

กฎอัยการศึก
martial law
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
กองทัพ
armed forces
กองทัพบก
army; ground forces
การกระทำ
act; action
การเข้ายึดอำนาจ
takeover
การควบคุม
control
การจัดตั้ง
setting up ; establishing
การใช้กำลัง
using force
การปกครอง
administration ; rule ; government
การปฏิวัติ
revolution
การประกาศ
announcement
การประนีประนอม
compromise
การปะทะ
clash; conflict
การฟื้นฟู
restoration
การเลือกตั้ง
election
ข้ออ้าง
excuse; justification; pretext
เข้าแทรกแซง
[to] take part
เข้ายึดครอง
[to] seize ; capture
ความขัดแย้ง
conflict
ความชอบ
liking ; fondness
ความตั้งใจจริง
determination
ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
order (everything in place)
ความวิตกกังวล
anxiety ; distress ; worry
โค่นอำนาจ
[to] eliminate ; remove ; oust
โฆษก
spokesperson
เจตนา
purpose; intent
เจตนารมณ์
intention; aim; purpose
ฉันทามติ
a consensus; an agreement
ต่อต้าน
to resist, to go or be against
ไตรมาส
quarter; three months
แถลง
[to] state ; declare ; announce
ทางการเมือง
political
บทบรรณาธิการ
editorial
บ่อนทำลาย
[to] undermine
บั่นทอน
to cut down; undermine
ปกป้อง
to protect
ปฏิกิริยาตอบโต้
resonse; reaction
ประชาธิปไตย
democracy
ประธานาธิบดี
President
ประท้วง
to protest
ปราบปราม
to suppress ; bring under control
เป็นประโยชน์
[to] benefit ; be beneficial
ผลผลิต
production; product
ผ่อนปรน
[to] lessen ; reduce ; ease
ผู้บัญชาการทหารบก
Army Commander in Chief
เผด็จการ
dictatorship
พฤษภาคม
May
พลเอก
General
ระงับ
[to] restrain ; suppress
รัฐบาล
government
รัฐบุรุษ
statesman
รัฐประหาร
coup d'etat
ไร้ระเบียบ
chaos; without order
ลังเล
to hesitate; to waver
ลำบากใจ
[is] worried; depressed; distressed
เศรษฐกิจ
economy; economic affairs
สงครามกลางเมือง
civil war
สนับสนุน
to support
สังคม
society
สาธารณชน
public ; community
สูญญากาศ
vacuum
แสดงท่าที
[to] act ; behave
หดตัวลง
to contract; shrink
หลักการ
principle
เหตุการณ์
event; incident
อย่างแท้จริง
actually ; truly
อำนาจ
power; authority